รายการวิทยุ แม่ฮ่องสอนไอทีวัลเล่ย์ ตอนที่ 10 คลื่น FM 104 MHZ วันเสาร์ที่ 14-8-53 เวลา19.30 น.-20.00 น.

สัมภาษณ์ คุณราเมศวร์ ศิลปพรหม กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท ซอฟต์สแควร์
ฟังเสียงได้ที่นี่ http://bit.ly/99jijB
Q - ทางบริษัท Softsquare โดยคุณราเมศวร์ ได้เข้ามาร่วมมือ กับ โครงการแม่ฮ๋องสอนไอทีวัลเล่ย์นี้ได้อย่างไร
A - ตั้งแต่ 2538 ผมในฐานะกรรมการสมาคมธุรกิจคอมพิวเตอร์ไทย (The Association of Thai ICT Industry : ATCI) ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ทำโครงการ รับบริจาคคอมพิวเตอร์จากหน่วยงานต่างๆ เช่น ธนาคาร และรัฐวิสาหกิจ นำมาให้ จ.แม่ฮ่องสอน หลังจากนั้น 10 กว่าปี เมื่อเด็กนักเรียนมีความก้าวหน้าในการศึกษามากขึ้น จึงคิดว่าน่าจะพัฒนาต่อ จึงต้องการฝึกให้เด็กนักเรียน สามารถประกอบอาชีพทางด้าน ไอทีในอนาคตได้ จึงได้ร่วมมือกับ NECTEC มาทำโครงการแม่ฮ่องสอนไอทีวัลเล่ย์
Q - ความร่วมมือของทางกลุ่มบริษัท Softsquare กับโครงการแม่ฮ่องสอนไอทีวัลเลย์ เป็นอย่างไรบ้าง
A - จุดประสงค์หลักคือ พัฒนาคน และ พัฒนางาน
พัฒนาคน พัฒนานักเรียนให้เป็นผู้ใช้งาน ICT และ สามารถ ประกอบอาชีพเป็นเจ้าของกิจการทาง ICT หรือ ซอฟต์แวร์ได้
ส่วนแรก เนื่องจากแม่ฮ่องสอนขาดแคลนครูด้านคอมพิวเตอร์ จึงให้มีการฝึกอบรมครูคอมพิวเตอร์และฝึกอบรมเด็กนักเรียนไปพร้อมๆกัน โดยมีระบบ ฝึกรุ่นพี่ ม.5 ให้ ไปสอน ม.4 เพื่อแบ่งเบาภาระของครูคอมพิวเตอร์
การเรียนการสอนทางซอฟต์แวร์นั้นจะต้องลงมือปฏิบัติ ฉะนั้น ครู 1 คน จึงดูแลนักเรียน 20-30 คนให้เขียนซอฟต์แวร์ไม่ได้ การฝึกการเขียนซอฟต์แวร์นั้น ต้องฝึกแบบ 1 ต่อ 2 คน หรือ 1 ต่อ 3 คน โครงการนี้จึงต้องฝึกครูพี่เลี้ยงด้วย ซึ่งทางซอฟต์สแควร์ก็ดำเนินการดังกล่าว มาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว
พัฒนางาน กลุ่มบริษัทซอฟต์แสควร์ ได้เปิดสำนักงานที่ ชั้น 2 อาคารหมอกใหม่ ใช้เป็นศูนย์บ่มเพาะ ฝึกเด็กนักเรียน เพื่อให้สามารถประกอบวิชาชีพพัฒนาซอฟต์แวร์ได้
โดยที่ ชั้น 3 ทางสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ ( SIPA) เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน และวิทยาลัยชุมชน ได้ร่วมกันเปิด ศูนย์ ICT แม่ฮ่องสอน ขึ้น
ปัจจุบัน ได้เปิด บริษัทซอฟต์แวร์ 2 บริษัท คือ บริษัท สามหมอกซอฟต์แวร์ กับ ฮ่องสอนซอฟต์แวร์ รับเด็กนักเรียนที่จบจาก ร.ร.ศึกษาสงเคราะห์เข้าไปทำงาน 4 คน และ นักศึกษาที่จบจากวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินี ระดับ ปวส. 5 คน โดยจะฝึกฝนให้บุคลากร 9 คนนี้ ได้ฝึกฝนพัฒนาซอฟต์แวร์ ทำงานมาเกือบ 1 ปีแล้ว พัฒนาซอฟต์แวร์ได้มากขึ้นเป็นลำดับ
Q – ซอฟต์แวร์ที่เขียนนั้น ทำงานเกี่ยวกับอะไร
A – ทางเราพัฒนาซอฟต์แวร์ การบริหารทรัพยากรขององค์กร (Enterprise Resource Planning : ERP) โดยใช้เทคโนโลยี
ออราเคิล (Oracle) และ จาวา (Java )
โครงการนักเขียนโปรแกรมมืออาชีพ จะเปิดที่ชั้น 2 ผู้ใดสนใจสมัครเข้ามาได้ โดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน อาจจะเปิดสอนตอนหลังเลิกงานวันจันทร์ถึงศุกร์ หรือ เสาร์อาทิตย์ เพื่อให้มีอาชีพนักพัฒนาซอฟต์แวร์เกิดขึ้นให้ได้
บริษัทได้รับการสนับสนุนโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (The Board of Investment of Thailand) ไม่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะตามกฎเกณฑ์
Q- คุณราเมศวร์จะได้เดินทางมาแม่ฮ่องสอนอีกเมื่อไหร่ครับ
A- คิดว่าประมาณเดือนกันยายน ส่วนใหญ่แล้ว ผมจะเดินทางมาแม่ฮ่องสอนเดือนละ 1 ครั้ง ถ้ามีประชุมอื่นๆ อาจเดินทางมาเดือนละ 2-3 ครั้ง
Q – กลุ่มบริษัทซอฟต์สแควร์ ให้บริการเกี่ยวกับอะไรบ้าง
A- บริษัทซอฟต์สแควร์รับจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่อยู่ 5 อันดับต้นๆ (Top 5)ของประเทศ เป็นบริษัทขนาดใหญ่ของคนไทย รับงานจากทั้งในประเทศและทั่วโลก โดยงานระดับโลกนั้นต้องการงานที่มีคุณภาพพอสมควร ต้องการบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถ
ส่วนงานในระดับประเทศ ก็ต้องมีการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเองนั้น ก็เริ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับเบื้องต้นก่อน หลังจากนั้น 3-5 ปี ก็จะพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นไปอีก
ด้านเครือข่าย ทางบริษัทมีการติดต่อรเชื่อมโยงกับทางโรงเรียนต่างๆ เพื่อนำเด็กนักเรียนมาฝึกเขียนซอฟต์แวร์
ในอนาคต เด็กนักเรียนจะมีทางเลือกอย่างน้อย 2 ทางคือ
1. เรียนและทำงานไปด้วย เช่นนักเรียน ม.6 จากศึกษาสงเคราะห์ ก็เรียนต่อที่วิทยาลัยชุมชน แม่ฮ่องสอน และ อีก 2 ปีก็ได้รับอนุปริญญา
2. เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นไปในระดับมหาวิทยาลัย
ในความเป็นจริง คนทั่วไปส่วนใหญ่ยังติดกับการได้รับใบปริญญา แต่สำหรับบริษัทซอฟต์สแควร์แล้ว การฝึกฝนปฏิบัติจริงในการเขียนซอฟต์แวร์เป็นสิ่งสำคัญกว่า การเรียนถือว่าเป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งเท่านั้น การจ้างงานจะดูจากว่าเขียนโปรแกรมได้มากน้อยเพียงใด สำหรับอัตราเงินเดือน นักเรียนที่จบ ม.6 จะมีรายได้เริ่มต้นประมาณ 5,000 บาท
ส่วน ปวส. มีรายได้เริ่มต้นประมาณ 8,000 บาท ก็เพียงพอสำหรับในจังหวัดแม่ฮ่องสอนแล้ว ซึ่งหากพัฒนาฝีมือมากขึ้นไป อาจมีรายได้ต่อเดือน 2-3 หมื่นบาท โดยไม่ต้องมีปริญญา
Q – ขอให้คุณราเมศวร์ฝากทิ้งท้าย เกี่ยวกับธุรกิจซอฟต์แวร์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนด้วยครับ
A – บุคลากรทางการพัฒนาซอฟต์แวร์ยังขาดแคลน ทั้งในระดับประเทศและในระดับโลก ช่องทางการประกอบอาชีพทางด้านการเขียนโปรแกรม พัฒนาซอฟต์แวร์นั้น ยังมีอีกมาก
หากชาวแม่ฮ่องสอน สนใจทำธุรกิจด้านนี้ ก็สามารถมาสมัครที่ชั้น 2 อาคารหมอกใหม่ได้ ซึ่งได้รวบรวมคนได้ 10-20 คน ทางบริษัทก็จะเปิดอบรม บ่มเพาะ สอนการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยจะไม่มีการคัดออก จะอบรมจนกว่าจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นและสามารถประกอบอาชีพได้
------
บทความเพื่อเติม
“บริษัทที่ สอนพนักงานให้ เตรียมตัวลาออก ตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน”
สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการทำธุรกิจ Software House ให้ประสบความสำเร็จ 25 มิถุนายน 2552 โดย MacroArt
วันนี้มีโอกาสได้ไปงานสัมมนา Software Park Annual Conference 2008 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ซึ่งเป็นงานที่ไม่น่าผิดหวังเลย เนื้อหาและวิทยากรที่มาพูดแต่ละคนไม่ธรรมดากันทั้งนั้น
มีอยู่หัวข้อหนึ่งที่ผมถูกใจมากก็คือ Dos & Don’ts for running a successful Software Company ที่ร่วมเสวนาโดยคุณราเมศวร์ ศิลปพรหม Managing Director, Softsquare Group คุณศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร President, MFEC (Public) Co., Ltd. และคุณโสภณ บุญยรัตพันธุ์ Managing Director, Vnet Capital Co., Ltd.
สิ่ง ที่ทำให้ผมถูกใจก็คือวิทยากรก็คือคุณราเมศวร์ซึ่งเริ่มทำธุรกิจ Software House มาตั้งแต่ปี 1988 ด้วยเงินทุนเริ่มต้นสามแสนบาทและคนสามคน โดยที่คุณราเมศวร์ไม่ได้เรียนจบมาทางคอมพิวเตอร์ แต่จบวิศวกรรมเครื่องกล ปัจจุบันนี้บริษัทของคุณราเมศวร์มีพนักงาน 400 คน เป็นบริษัทเอกชน ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และไม่เคยกู้เงินแบงก์เลย (มีแต่แบงก์มาขอให้กู้) แปลว่าบริษัทเติบโตมาจากเงินสามแสนบาทจริงๆ
ผมไม่แน่ใจว่าปัจจุบันคุณราเมศวร์อายุเท่าไหร่ แต่คิดว่ามีอาวุโสพอสมควร น่าจะราวๆ 50 ปีได้ เรียกได้ว่าอยู่ในวัยเดียวกับผู้บริหารระดับสูงสุดขององค์กรส่วนใหญ่เลย ถึงจะมีอายุแล้ว แต่ก็ยังดูแอคทีฟและมีพลังล้นเหลือ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยสำหรับคนที่เป็นผู้นำองค์กรที่เริ่มต้นตั้งแต่ 3 คน จนมาถึงระดับ 400 คนได้
ประเด็นที่คุณราเมศวร์พูดไว้อย่างน่าสนใจมีอยู่หลายเรื่องเลย เรื่องแรกที่ผมทึ่งมากๆ ก็คือการวาง Career Path ให้กับพนักงาน บริษัทที่ดีควรจะมี career path ให้พนักงานเห็นภาพว่าเขาจะเติบโตในหน้าที่การงานอย่างไร ตัวอย่างเช่น Programmer -> Senior Programmer -> System Analyst -> Project Leader -> Project Manager เป็นต้น แต่แนวคิดของคุณราเมศวร์นั้นต่างออกไป ก็คือคนในวงการไอทีมีไม่กี่คนหรอกที่จะอยู่กับบริษัทไปนานๆ อย่างมากก็ 7 ปี ดังนั้นวาง Career Path ไว้แค่ 7 ปีก็พอ หลังจากนั้นถ้าพนักงานไม่ลาออกเพื่อเปลี่ยนบริษัทก็ลาออกเพื่อไปตั้งบริษัท ตัวเอง ซึ่งคุณราเมศวร์ก็จะสนับสนุนให้พนักงานออกไปตั้งบริษัท ถ้าให้ดีก็ควรชวน เพื่อนพนักงานคนอื่นๆ ไปด้วย และถ้าเงินทุนไม่พอก็ให้พนักงานรวมถึงคุณราเมศวร์เองมีส่วนในการลงทุนเพื่อ ถือหุ้นในบริษัทใหม่ได้ นอกจากนี้คุณราเมศวร์ก็จะคอยส่งงาน (Outsource) ให้ด้วย
จะเห็นได้ว่าวิธีการนี้เป็นการเปลี่ยนจากพนักงานมาเป็นหุ้นส่วน ทำให้พนักงานที่เดิมเป็นคนทำงานกินเงินเดือนไปวันๆ ก็กลายเป็นเจ้าของงานที่ต้องทุ่มเทรับผิดชอบงานอย่างเต็มที่ ลดภาระบริษัทที่จะต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานให้ได้ทุกเดือน และยังช่วยให้บริหารกำลังการผลิตซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้นด้วย ถ้าช่วงไหนที่มีงานเข้ามามากเกินกำลังพนักงาน 400 คนที่มีอยู่ ก็ใช้วิธี Outsource ให้บริษัทของพนักงานเก่าไปทำ ทำให้ไม่ต้องจ้างพนักงานใหม่เพิ่ม (ซึ่งจะตามมาด้วยภาระการจ่ายเงินเดือนให้พนักงานคนนั้นอีกนาน) ปัจจุบันนี้ ทั้งพนักงาน In-house และพนักงาน Outsource ที่คุณราเมศวร์มีประมาณ 800 คน และบริษัทที่เป็นพันธมิตรทั้งที่มีหุ้นและไม่มีหุ้นอีกหลายบริษัท เรียกได้ว่าเป็นเสมือนคลัสเตอร์ของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ได้เลย
ประเด็นต่อมาที่ผมชอบก็คือวิธีการคิดบวก บริษัทซอฟต์แวร์จำนวนมากในไทยที่ประสบปัญหาแรงงานคุณภาพต่ำ เด็กจบใหม่มาสมัครเป็นโปรแกรมเมอร์แต่ทำงานอะไรไม่ได้เลย คุณราเมศวร์ก็จะให้เริ่มจากการทำงานง่ายๆ อย่างเขียน Report ไปก่อน เขียนได้อาทิตย์ละหนึ่ง Report ก็ยังดี ระหว่างนี้ก็เทรนไปเรื่อยๆ พอเดือนที่สี่ก็เริ่มให้ทำงานที่ยากขึ้น เดือนที่เจ็ดก็ยากขึ้นไปอีกขั้น ใครที่เทรนไปสักพักแล้วย้ายไปบริษัทอื่นก็ช่างมัน ดีซะอีก ประหยัดเงินเดือน
พอได้ฟังแบบนี้ทำให้ผมเข้าใจอะไรขึ้นเยอะเลย ก่อนหน้านี้ผมเคยทำงานเป็น Project Leader ใน Software House แห่งหนึ่ง ด้วยความที่เจ้านายเป็นอเมริกันและอยากทำให้บริษัทตัวเองเป็นแบบ Google คือมีแต่คนเก่งๆ เข้ามาทำงาน ก็เลยใช้วิธีให้เงินเดือนสูงๆ เพื่อจูงใจคนมีฝีมือ แต่พอบริษัทเริ่มพัฒนาโครงการหนึ่งให้ลูกค้า ซึ่งเป็นโครงการที่ใหญ่และมีเวลาจำกัดมาก ขณะที่มีทรัพยากรคือโปรแกรมเมอร์ไม่เพียงพอ (ตามหลักของ Project Management กรณีนี้คือขาของ Scope ยาวเกินไป ขณะที่ขา Time และ Cost/Resource สั้น ทำให้โครงการขาดความสมดุล) บริษัทก็เลยต้องเร่งจ้างคนเข้ามา ซึ่งที่นี่คือประเทศไทย ไม่ใช่อเมริกา ผลที่ได้ก็คือคนส่วนใหญ่ที่จ้างเข้ามาเป็นเด็กจบใหม่ที่ยังทำงานจริงไม่ได้ ต้องมีการเทรนก่อน แต่ก็ไม่มีเวลาที่จะมานั่งเทรนเพราะต้องเร่งทำโครงการให้เสร็จทันตามกำหนด ทำให้โครงการวุ่นวายยุ่งเหยิงมาก
เมื่อมองกลับไปที่บริษัทของคุณราเมศวร์ ทำให้เห็นว่าบริษัทเก่าผมมีข้อผิดพลาดในการบริหารงานอยู่สองจุด (อันนี้ไม่ได้จะเบลมบริษัทเก่านะครับ แต่อยากให้ดูเป็นกรณีศึกษา บ่อยครั้งที่ตัวอย่างของความล้มเหลวมีค่ามากกว่าตัวอย่างของความสำเร็จ) จุดแรกก็คือการประเมินคุณภาพแรงงานด้านไอทีในไทยเกินกว่าความเป็นจริง และคาดหวังไว้กับการตามล่าหาคนเก่ง จุดที่สองคือการขยายตัวเร็วเกินไป รับงานใหญ่เข้ามาทำโดยที่ทรัพยากรในบริษัทยังไม่พร้อม ขณะที่การบริหารของคุณราเมศวร์จะไม่เจอข้อผิดพลาดสองอย่างนี้ เพราะไม่ฝากความหวังไว้กับคนเก่ง ยอมรับความจริงว่าเด็กจบใหม่จำนวนมากยังเริ่มทำงานจริงไม่ได้ ต้องมีการเทรนให้ก่อน และมีการบริหารกำลังการผลิตได้ดี ถ้ามีงานเข้ามาล้นมือก็สามารถส่งต่อให้บริษัทพันธมิตรได้
การคิดบวกอีกอย่างหนึ่งของคุณราเมศวร์ที่ผมชอบก็คือเรื่องการทุ่มเททำงานของคนไทย วิศวกรของ Apple จะมีเสื้อยืดที่สกรีนข้อความว่า 90 hours/week ซึ่งหมายถึงการทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ออกมาดีที่สุด ขณะที่คนไทยเราทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 8 ชั่วโมง แต่ทำจริง 6 ชั่วโมง แปลว่าเราทำงาน 30 hours/week ซึ่งคุณราเมศวร์ก็มองว่าดีแล้ว ขืนให้ทำมากก็ยิ่งมีบั๊กมาก นั่งทำบั๊กสองวัน แก้บั๊กอีกสามวัน หมดสัปดาห์พอดี (ฟังดูเหมือนตลกร้าย…แต่จริง)
ขอย้อนกลับมาที่การวาง Career Path ให้พนักงาน 7 ปี และสนับสนุนให้พนักงานตั้งบริษัทเอง คำถามก็คือพนักงานจะมีเงินมาตั้งบริษัทได้เหรอ วิธีการที่คุณราเมศวร์สอนพนักงานก็คือให้ตั้งเป้าหมาย (อย่างเหมาะสม) ว่าในแต่ละเดือนจะมีเงิน “เหลือ” กี่บาท อย่าตั้งเป้าหมายว่าจะมีรายรับหรือเงินเดือนกี่บาท เช่น เงินเดือน 15,000 บาท ตั้งใจว่าจะเหลือเงิน 4,000 บาททุกเดือน ก็ต้องพยายามทำให้ได้ ถ้าเหลือไม่ถึงก็ให้ดูว่ามีรายจ่ายอะไรบ้าง ค่ารถ ค่ากิน ค่าดูหนัง ค่าเที่ยวผับ ฯลฯ ให้เรียงลำดับความสำคัญจากมากไปน้อย อย่างค่าเที่ยวผับนี่เอาไว้สุดท้ายเลย เวลาใช้เงินก็ใช้กับสิ่งที่สำคัญก่อน ถ้าเงินเหลือก็ค่อยไปเที่ยวผับ ถ้าไม่ใช้เงินกับสิ่งไม่สำคัญแล้วยังเหลือเงินไม่ถึงเป้า ก็ให้ดูว่าจะลดอะไรได้อีก ถ้ากินข้าวแถวที่ทำงานแล้วใช้เงินมากเกินไปก็ให้ห่อข้าวจากบ้านมากิน ถ้าทำทุกวิธีแล้วก็ยังเหลือเงินไม่ถึงเป้า ก็ให้เข้าไปพูดกับพ่อว่า “พ่อครับ พ่ออยากให้ผมเป็นคนที่มีเป้าหมายและพยายามทำให้บรรลุเป้าหรือเปล่าครับ ถ้าพ่อให้เงินผม ผมก็จะเป็นได้ครับ”
ฟังดูเหมือนตลกนะ แต่นี่คือการสะท้อนวิธีคิดแบบ Can Do Attitude เมื่อตั้งเป้าหมายแล้วต้องหาทางทำให้ได้ ต้องปรับแผนตลอดเวลาเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้แล้วก็เลยปรับลดเป้าหมายลง ซึ่งวิธีคิดแบบนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
เมื่อสามารถเก็บเงินได้แล้ว ก็ให้เอาเงินไปลงทุนในบริษัทของพนักงานที่ออกไปตั้งบริษัท ได้ผลตอบแทนปีละ 10% – 30% เก็บเงินเพิ่มและลงทุนทบต้นไปเรื่อยๆ แค่ 7 ปีก็จะมีเงินล้าน เพียงพอที่จะออกไปเปิดบริษัท ทำบริษัทไปจนอายุ 40 ปีจะมีเงิน 10 ล้าน ถ้าทำถึงอายุ 50 ปีจะมีเงิน 30 ล้าน
ประเด็นต่อมาคือการบริหารผลประโยชน์ของ Stakeholders ก็คือบริษัทจะต้องทำให้ลูกค้าพอใจกับสิ่งที่เขาได้รับ ต้องทำให้พนักงานพอใจกับงานและเงินเดือน ซึ่งพนักงานหลายคนอยากทำงานสบายๆ เงินเดือนเยอะๆ ถ้าบริษัททำได้ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็ให้ไล่พนักงานมันออกไปซะ (555) และบริษัทต้องทำให้ผู้ถือหุ้นพอใจกับผลตอบแทน ถ้าเป็นผู้ถือหุ้นที่ลงแรงด้วยก็ควรให้สัก 30% แต่ถ้าเป็นผู้ถือหุ้นที่ลงเงินอย่างเดียวก็เอาไปแค่ 10% พอ
เรื่องสุดท้ายคือการรับงานจากลูกค้า ถ้าลูกค้าต่อราคา คุณราเมศวร์จะบอกว่าให้ไปต่อคิวด้านหลังนู่นเลย เพราะอย่างที่รู้กันคือธุรกิจซอฟต์แวร์มี Demand มากกว่า Supply มีบริษัทที่ต้องการคนมาพัฒนาซอฟต์แวร์ให้อยู่เยอะแยะ ลูกค้ารายไหนที่ต่อราคาก็รอไปหน่อยละกัน ถ้าลูกค้าถามว่าทำไมถึงคิดราคาสูงเท่ากับที่บริษัทยักษ์ใหญ่คิด คุณราเมศวร์ก็จะตอบว่า “ถ้าผมคิดราคาถูกกว่าบริษัทใหญ่แล้วผมจะเอาอะไรกิน”
ใครที่สนใจทำงานกับบริษัทนี้ก็ลองสมัครไปดูนะครับ ผมคิดว่าคงได้ความรู้และประสบการณ์หลายอย่าง ทั้ง Hard Skill ที่เป็นความรู้ตรงด้านไอที และ Soft Skill อย่างเรื่องวิธีการบริหารจัดการชีวิตตัวเอง
จะเห็นได้ว่าบริษัทนี้ไม่ยอมให้ลูกค้าต่อราคา ทำให้มีรายรับสูง และอาจจะจ่ายเงินเดือนพนักงานน้อย ซึ่งทำให้รายจ่ายต่ำ ส่วนต่างระหว่างรายรับกับรายจ่ายซึ่งก็คือกำไรก็เลยกว้าง บริษัทเลยมีกำไรเยอะและสามารถขยายกิจการจนเติบใหญ่ได้โดยไม่ต้องกู้แบงก์เลย
ที่มา http://blog.macroart.net
Comments
hi
On the record,links of london sale with a poor credit profile, links of londonyou may find ,links of london jewelleryit tough to acquire,links of london Bangles financial assistance from ,links of london Braceletsexternal resources.links of london Charms Citing the high,links of london Earrings risk factor involved,links of london Rings the lenders,opi nail polish do reject your loan application.cheap opi nail polish Without opi nail polish wholesalehaving the funds,OPI France Collection you will,OPI Russian Collection not be in a position,OPI BrightPair Collection to retain your financial stability.OPI Sunbelievable Collection However, OPI Night Brights Collectionthe lenders,OPI India Collection have now come up with the provision of OPI Shrek NLB90default loans.OPI Katy Perry Collection By availing these loans,OPI Texas Collection you will have the privilege, OPI Shrek Collectionwith which you mac makeupcan resolve all your financial needs and demands.mac makeup wholesaleTo begin with, makeup wholesalederiving these loans with some serious credit disputes will never be a problem.wholesale mac makeup It is primarily because ,Buy Mac Cosmetics Wholesalethe lenders do not particularly take any keen interest,chanel makeup wholesale in checking the credit history. dior makeup Moreover, bobbi brown cosmeticsonce the loan amount is sanctioned,links of london sale you can then take care of your various needs and demands.links of londonThe loans can be further availed in ,links of london jewellerysecured and unsecured form.links of london Bangles Secured form of the loans,links of london Bracelets can be derived only by pledging collateral and through this option. http://hippo529803599.parenting.gr/ http://www.thoughts.com/hippo2011 http://www.darksiders.net/user/hippo2011/blogs http://www.blurty.com/users/hippo2011/ http://hippo2011.mylivepage.com/blog/index/ http://hippo2011.fotopages.com/ http://www.graphicdesigncommunity.com/hippo2011 http://gvrl.com/blogsearchresults.asp?basicsearch=hippo2011 http://hippo2011.createblog.com/blog/ http://www.equestrianblogging.com/blogs/hippo http://www.safetyissues.com/community/blogs/posts/hippo2011 http://blog.163.com/hippo2012/http://hippo2011.blogtrue.com/ http://blog.sina.com.cn/u/22674482371 http://hi.baidu.com/hippodota/blog http://17536312.blog.hexun.com/ http://blog.sohu.com/manage/entry.do http://www.hippo2011.19dog.com/ http://yack.com.au/blogs/posts/hippo2011 http://hippo2011.insanejournal.com/ http://hippo2011.beeplog.com/ http://www.freedatingsiteahead.co.uk/blogs.php?action=show_member_blog&ownerID=5079 http://www.blogstoday.co.uk/bloghome.aspx?username=hippo2011 http://www.holatu.com/user/hippo2011/blogs http://www.blogusers.com/sme_blog.php?u=hippo12 http://grou.ps/hippo2011/blogs http://www.yourlocalinsider.co.uk/pg/blog/owner/hippo2012/ http://hippo2011.blog.forexstar.com.cn/ http://my.opera.com/hippo2011/blog/ http://hippo2011.myblog.de/ http://hippo2011.eklablog.com/ http://www.lj.ivanovo.ru/users/hippo2012/ http://www.landyconnect.co.uk/profiles/blog/list?user=2r4fzviwisj8c http://www.kaka365.com/blog/blog.php?uid=6497 http://prisap.org/william012 http://www.livejournal.com/register.bml?65302596.hqrgt4rwz2gg9b7 http://hippo2011.blogoak.com/ http://hippo2011.bloggd.org/ http://blog.cnfol.com/hippo2011 http://hippo2011.allmyblog.com/ http://hippo2011.podbean.com/ http://vidi.co.il/profile_blogs/hippo2011/ http://hippo2011.nipox.com/ http://www.newar.com.np/blog.php?user=hippo2011 http://hurones.net/user/4676/ http://www.youaction.com/blog/main/ http://wrapcandy.com/friends/hippo/ http://www.mysavvypet.com/hippo2011 http://groupeiservices.info/blogs/posts/hippo2011 http://www.carandcycleclub.com/index.php?do=/public/user/name_hippo2011/ http://www.kerchoonz.com/user/hippo2011/blogs http://www.creativesocial.net/pg/blog/owner/hippo2011 http://www.lovemuhammad.com/pg/blog/hippo2012 http://www.exfatpeople.com/user/hippo2011/blogs http://www.spanishmusic.biz/hippo2012 http://www.millones.us/blogs/posts/hippo2011 http://www.meet4ever.com/profile.php?user=hippo2011 http://www.panaspace.com/hippo2011 http://www.mihirafamily.com/hippo2011 http://www.myspate.com/profile_blog.htm http://osi.parsons.edu/archive/osi2007/?q=blog/8596 http://www.mygatheringspace.com/blogs.php?action=show_member_blog&ownerID=2637 http://www.dinmo.me/?5402 http://social.wowjen.com/hippo2011/ http://www.lw-works.com/user/30052 http://gritosverticais.socialgo.com/members/profile/444/blog
Runescape accounts
runescapeaccounts.org understands that the safety of your Runescape accounts is extremely important to you. So quite safe and fast service been guaranteed here. Free trade is back on all Runescape Gold orders. Less than 10Mins delivery. For Runescape Power Leveling, after confirmed payment, the order will stated within 10Mins.